It อิท โผล่จากนรก

ภาพยนตร์รีเมคจากนิยายสยองขวัญเรื่อง It (1986) ภายใต้การกำกับของ Andy Muschietti ผู้กำกับจากเรื่อง Mama (2013) ที่ดูเหมือนว่าจะทำให้แฟน ๆ ของ Stephen King กลับมามีความหวังอีกครั้งที่จะได้เห็นตัวละครที่ชื่นชอบมีชีวิตโลดแล่นบนจอยักษ์

เรื่องราวของแก๊งเด็กขี้แพ้ (The Losers’ Club) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย Bill (Jaeden Lieberher) หัวหน้าแก๊งที่น้องชายของเขาหายสาบสูญไป Eddie (Jack Dylan Grazer) ที่เป็นโรค Hypochondriasis เพราะถูกเลี้ยงดูแบบ Overprotect Stanley (Wyatt Oleff) เด็กชายชาวยิวผู้มักจะกังวลกับความผิดพลาด Richie (Finn Wolfhard) เด็กฉลาด พูดมาก และกลัวตัวตลกมากกว่าใคร ๆ Mike (Chosen Jacobs) เด็กผิวสีคนเดียวในเมือง ที่สูญเสียพ่อแม่ไปจากเหตุเพลิงไหม้ Ben (Jeremy Ray Taylor) เด็กอ้วนเนิร์ดเพิ่งมาใหม่ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และสุดท้าย Beverly (Sophia Lillis) เด็กหญิงคนเดียวในแก๊ง ที่มีปมเรื่องพ่อและกลัวการโตเป็นสาว

พวกเด็ก ๆ ต้องเผชิญหน้าและต่อสู้กับความกลัวที่มาในรูปแบบตัวตลกนักเต้นรำนามว่า Pennywise (Bill Skarsgård) นอกจากนี้ พวกเขายังมีศัตรูเป็นปีศาจในคราบมนุษย์ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแก๊ง Bowers อันธพาลประจำโรงเรียน นำโดย Henry Bowers (Nicholas Hamilton) รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่โหดร้ายทารุณของพวกเขา และผู้ใหญ่ในเมืองที่ต่างเพิกเฉยต่อเหตุการณ์เด็กหายอย่างไร้ร่องรอย

ซึ่งตัวการที่ทำให้เด็ก ๆ ในเมืองเดอร์รี่นี้หายไปทีละคน รวมถึง Georgie (Jackson Robert Scott) น้องชายของ Bill ที่หายไปแถว ๆ ท่อระบายน้ำช่วงเดือน ต.ค. 1988 เวลาผ่านไปเกือบปี แต่พี่ชายอย่าง Bill ยังรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องออกไปเล่นแล่นเรือกระดาษในวันที่ฝนตกเพียงคนเดียว เขาจึงชวนเพื่อน ๆ ในแก๊งไปตามหาน้อง

พูดได้ว่า It เป็นหนังสยองขวัญที่มีเนื้อหา Coming-of-Age เกี่ยวกับการก้าวข้ามความกลัวในทุกรูปแบบของสมาชิกแก๊งเด็กขี้แพ้ โดยมีปีศาจ Pennywise สะท้อนภาพความกลัวนั้น เพราะในเรื่องปีศาจตนนี้มักจะปรากฏตัวตามรูปแบบความกลัวของเด็กแต่ละคน แต่เอาจริง ๆ นะ เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน มันไม่มีความเป็น Loser เลยแม้แต่น้อย กลับทำให้สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสามัคคีและมิตรภาพแบบไม่ถูกยัดเยียดแนวคิดสามัคคีคือพลัง

สำหรับ It (2017) นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังดีที่สุดที่สร้างจากหนังสือของ Stephen King เพราะ Andy Muschietti เก็บรายละเอียดและถ่ายทอดหลักใหญ่ใจความสำคัญของหนังสือได้อย่างครบถ้วนและดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถสร้างบรรยากาศความหลอนได้อย่างมีรสนิยม แถมงานโปรดักชั่นดีไซน์ งานถ่ายภาพ และการจัดแสง ทำได้สวยงามดี

อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องในภาคนี้เป็นแค่ส่วน Chapter 1 ของหนังสือนิยายเท่านั้น ในส่วนของ Chapter 2 ซึ่งเป็นตอนที่แก๊งขี้แพ้โตแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเขียนบทภาพยนตร์ คาดว่าอีก 2 ปี หรือราว ๆ เดือนกันยายน 2019 เราถึงจะได้ชมหนังภาค 2 กัน

Comments

comments