Rogue One: A Star Wars Story

เล่าเรื่องราวของ จิน เออโซ หญิงสาวผู้พลัดพรากจากครอบครัว หลังจากพ่อของเธอถูกฝ่ายจักรวรรดิจับตัวไปเพื่อพัฒนา ‘เดธสตาร์’ อาวุธทรงพลังของฝ่ายจักรวรรดิที่สามารถทำลายล้างดาวทั้งดวง เมื่อจิน เติบโตขึ้นเธอได้รับข้อความจากพ่อ พูดถึงแผนการบางอย่างที่จะสามารถหยุดยั้งการทำลายล้างของเดธสตาร์ได้ และเธอมีหน้าที่สานต่อให้สำเร็จ โดยมีกองกบฎและเพื่อนร่วมอุดมการณ์เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้

หากยังจำกันได้ กับเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Star Wars คือไตเติ้ลเกริ่นเข้าเรื่องราว โดยในบรรทัดหนึ่งก่อนที่จะตัดเข้าสู่ A New Hope ได้กล่าวถึงกลุ่มต่อต้านที่ได้เข้าไปขโมยเดธสตาร์ จึงเป็นที่มาของภาคแยก Rogue One: A Star wars Story นี้ที่เติมเต็มเนื้อเรื่องจุดนั้นให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Rogue One นี้ยังคงธีมอวกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นยานรบ กองกำลังสตอร์มทรูปเปอร์ และตัวละครที่เป็นจุดเชื่อมโยงจักรวาลนี้กับจักรวาลหลักของหนังสตาร์วอร์ส ทั้งฝ่ายจักรวรรดิและการกลับมาของดาร์ธเวเดอร์ ที่สำคัญคือการเปิดเส้นเรื่องใหม่ของตัวละคร จิน เออโซ ที่ไม่เคยปรากฏในภาคไหนมาก่อน เธอมีจุดกำเนิดที่ชัดเจน ไม่มีปูมหลังหรือปริศนาอะไรซ่อนอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้ติดตามเรื่องราวไปพร้อมกับตัวละครได้สนุกแบบไม่มีสะดุดเลย

แม้จะเป็นหนังใหม่ที่สร้างในยุค CG เฟื่องฟู แต่ภาคนี้กลับใช้เทคนิคที่ทำให้หนังมีโทนของภาพและกลิ่นอายของหนังสตาร์วอร์สที่ฉายในปี 1977 ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจ ภาพในหลายๆ มุม ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง รวมไปถึงเพลงธีมหลักที่คงไว้บางส่วน ผสมผสานทำนองระหว่างยุคเก่าและใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

Rogue One: A Star wars story คือหนังภาคแยกที่มีจุดเชื่อมโยงกับ Star Wars ‘A New Hope’ ได้อย่างแนบสนิท เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่จะพาเราเดินทางสู่ความลุ้นระทึกในทุกนาที ก่อนเรื่องราวจะเข้าสู่ช่วงแอ็คชั่นสนั่นจักรวาลในช่วงท้าย การใส่เอฟเฟ็คเข้ามาอย่างเต็มที่ ดนตรีประกอบเร้าใจ ยิ่งในช่วงหลังๆ หนังฮอลลีวูดไม่ค่อยเสิร์ฟฉากสงครามมันส์สะใจแบบนี้ ถือว่าครึ่งหลังของ Rogue One ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมเลย

Comments

comments