Underworld: Blood Wars 5 มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร

ได้เวลากลับมาสานต่อสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างสองเผ่าพันธุ์อมตะอย่างแวมไพร์และไลแค่น สำหรับแฟรนไชส์ Underworld ภาคที่ 5 ได้ชื่อว่า Underworld: Blood Wars มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร ทิ้งช่วงห่างจากภาค ‘Underworld: Awakening’ ถึงสี่ปี

สงครามของสองเผ่าพันธุ์เก่าแก่ของโลกยังคงดำเนินต่อไปไม่จบสิ้น และในภาคนี้ ดูท่าเหล่าไลแค่นจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีผู้นำคนใหม่อย่าง แมเรียส (Tobias Menzies) ที่ก้าวขึ้นมาสร้างกองทัพเหล่ามนุษย์หมาป่าให้น่าเกรงขาม

นับเป็นครั้งแรกที่เหล่าแวมไพร์กริ่งเกรงว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองนั้นสุ่มเสี่ยงจะถึงกาลอวสาน จน เซมีร่า (Lara Pulver) แวมไพร์สาวผู้ทะเยอยาน ซึ่งเป็นผู้ปกครองคนปัจจุบันของ Eastern Coven ยังต้องขอสภาสูงให้นำตัวแวมไพร์ทรยศอย่าง เซลีน (Kate Beckinsale) กลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยฝึกเหล่าพลพรรคนักรบให้กล้าแกร่งพอจะต่อกรกับกองทัพไลแค่นได้

อันดับแรกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือความสร้างสรรค์ของคนเขียนบทที่หยิบเอาเรื่องราวที่เคยเล่าผ่านๆ ในภาคแรก มาขยายต่อ ด้วยความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้มันไปกันได้ และไม่กระทบกระเทือนสิ่งที่เคยเล่าไว้ในภาคก่อนๆ ซึ่งต้องชื่นชมเลยจริงๆ

การดำเนินเรื่องยังคงเน้นโทนมืด ฉากกลางคืนเป็นส่วนมาก หรือแม้แต่ฉากกลางวันก็เลือกสถานที่ที่มีแสงน้อย แสงแดดเป็นเพียงองค์ประกอบที่ใช้ในไม่กี่ฉาก และการเห็นภาพนิมิตจากการดื่มเลือดยังคงเป็นลูกเล่นที่ใช้อยู่เช่นเดิม ที่เพิ่มเติมคือสกิลการต่อสู้อันเก่งกาจหาตัวจับยากของเซลีนนั่นเอง

ด้านนักแสดงสาว เคท เบคคินเซล ยังคงแซ่บเหมือนเดิม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด จากภาคแรกในปี 2003 มาถึงภาคที่ห้าในปี 2016 แต่ยังมีหน้าตาและทรวดทรงชวนหลงใหลไม่เปลี่ยนแปลงเลย จนอดสงสัยไม่ได้ว่าอันที่จริงแล้วเธอน่ะเป็นแวมไพร์!!

เทคนิคซีจีภาคนี้ถือว่าสอบผ่าน มีฉากบู๊พอให้ได้ลุ้น และยังมีภาพความรุนแรงเลือดท่วมจอเช่นเคย แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากภาคอื่นคือการหยิบดราม่าใส่เข้ามาในเรื่องตามสมควร และดูเหมือนว่ายังมีอะไรให้หยิบมาเล่นได้อีกเยอะ สำหรับ Underworld

Comments

comments